skinfood

หลักในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ถูกวิธีเพื่อความคุ้มค่ากับการใช้งาน

6.1-Idea-Wood-Furniture-1

สำหรับคนที่ชอบความคลาสสิคของเฟอร์นิเจอร์ไม้ การเลือกซื้อและการดูแลถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจรายละเอียดและมีความรู้กับการเลือกซื้ออยู่พอสมควรเพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ที่มีความคุ้มค่ากับการใช้งานที่ยาวนานและคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป

ไม้ส่วนใหญ่ที่เป็นไม้จริงจะมีเสน่ห์ของลวดลายในแบบฉบับของตัวเองตามลักษณะของไม้ที่เลือกซื้อ ไม้ไหนหายากและมีความคงทนก็มักจะมีราคาแพงมากขึ้นหน่อย แต่หากมีงบประมาณที่จำกัดก็ต้องลดคุณภาพของเนื้อไม้ลงมา ทว่าการเลือกซื้อให้ถูกวิธีจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่ากับการตกแต่งบ้านด้วยงานไม้ได้มากขึ้น

ข้อความรู้กับเนื้อไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์

โดยทั่วไป ไม้ที่นิยมนำเอามาใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์จะเป็นไม้เนื้อแข็ง มีความสามารถในการออกแบบได้ดี ลดอาการโก่งงอ ป้องกันการกัดกร่อนของเนื้อไม้ได้ ซึ่งไม้หลักๆ ที่พอจะนำมาใช้ อย่างเช่น ไม้สัก ไม้ประดู่แดง และไม้มะค่า เป็นไม้อันดับต้นๆ ที่มักนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ทว่าไม้สักถือว่าเป็นไม้เนื้อแข็งชั้นเลิศและหาได้ยาก เฟอร์นิเจอร์จากไม้ชนิดนี้จึงมีราคาแพง แต่คุ้มค่ากับการใช้งานซึ่งมาพร้อมกับเสน่ห์ของความสวยงามเป็นอย่างมาก

ส่วนไม้ที่มีต้นทุนถูกลงมา เหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด อาจจะเลือกใช้เป็นไม้แดง ไม้เต็ง ไม้ฮิโนกิ หรือไม้เนื้อแข็งประเภทอื่นทดแทน แน่นอนว่ามันอาจจะมาพร้อมความเสี่ยงของปัญหาแตกร้าว การถูกแมลงทำลายหรือแม้กระทั่งอาการโค้งงอเสียรูปของเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงความเสี่ยงอื่นๆ ที่มาจากสภาพแวดล้อม การดูแลที่ไม่ถูกวิธี เหล่านี้ก็จะทำให้เฟอร์นิเจอร์แสนสวยเสียหายเอาได้เช่นกันค่ะ

6.2-Idea-Wood-Furniture

เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เป็นไม้เนื้อแข็งคุณภาพดีจะต้องมีราคาค่าใช้จ่ายที่แพงเสมอไป เพราะบางครั้งเฟอร์นิเจอร์ที่วางจำหน่ายอาจจะผลิตจากไม้คุณภาพต่ำหรือเป็นไม้ใหม่ที่ยังมีความชื้นอยู่ ใครที่ไม่มีความรู้อาจจะกลายเป็นเสียรู้ ซื้อชิ้นงานที่ดูสวยและเมื่อทิ้งเอาไว้ไม่นานกลับเสื่อมสภาพและทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็วได้ ทางที่ดีหลักในการเลือกไม้คุณภาพด้วยวิธีง่ายๆ ตั้งแต่การมองด้วยสายตาคือการดูวงปีที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ทราบว่าเป็นไม้ชนิดเดียวกัน ผลิตขึ้นมาจากต้นไม้เดียว ไม่ใช่เกิดจากการผสมผสานไม้ชนิดอื่นๆ เข้ามาหลอกตาเรา

ลำดับถัดมาคือการลองใช้มือเคาะลงไปบนเนื้อไม้ดู สังเกตเสียงที่สะท้อนกลับมา เสียงของไม้จริงจะมีความทึบเนื่องจากเนื้อไม้ภายในจะไม่มีความโปร่งและยังมีความหนาแน่นของเนื้อไม้สูงตามธรรมชาติ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เกิดเสียงก้องอาจจะเป็นการพยายามปกปิดด้วยไม้อัดให้ดูเหมือนจริง มีความคงทนต่ำโดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความชื้น

ดังนั้นการเลือกซื้อที่ดีควรเลือกดูที่วงปีเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงไม้ที่มีเสียงก้องภายในเพราะจะเกิดจากการอัดปิดผิวด้านนอกเอาไว้ เพียงเท่านี้เราก็เกือบจะได้เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงที่มีคุณภาพแล้วล่ะค่ะ

ไม้เก่าย่อมดีกว่าไม้ใหม่

หากใครยังไม่รู้ว่าไม้เนื้อแข็งที่มีอายุนานกว่าจะมีคุณภาพมากกว่าไม้รุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งตัดมา หลายคนคิดว่าไม้เก่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะเสื่อมสภาพเร็วกว่าไม้ที่เพิ่งตัดมา ในความเป็นจริงตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์ เราจะพบว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้เก่าจะมีราคาแพงมากกว่าไม้ใหม่ ไม่ต้องสงสัยไปคะ เพราะเนื่องจากไม้เก่ามีความเสถียรของเนื้อไม้มากกว่า โดยเฉพาะความชื้นที่จะถูกกำจัดออกไปจนหมดแล้ว ทำให้ความเสี่ยงที่มันจะเกิดอาการโค้งงอจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ต่างจากไม้ใหม่ ราคาจะถูกกว่าแต่ก็จะนำมาซึ่งความเสี่ยงที่มันจะเกิดการบิดเบี้ยวและหดตัวได้ง่าย ส่วนการสังเกตไม้เนื้อเก่าจะมีสีซีดกว่า ส่วนไม้ที่เพิ่งตัดมาจะมีสีเข้มดูสดกว่านั่นเอง

เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้กันได้อย่างมีความสุข พร้อมสำหรับการตกแต่งบ้านด้วยกลิ่นอายของงานไม้สุดคลาสสิคกันได้อย่างเต็มที่แล้วล่ะค่ะ

skinfood

แต่งสวยสวนด้วยน้ำพุ เสริมสไตล์ฉ่ำเย็นให้บรรยากาศบ้านน่าอยู่

5.1-garden & home

เสียงบรรยากาศของน้ำที่จะช่วยเติมเต็มให้บ้านดูน่าอยู่อาศัย เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและชุ่มชื่นมากขึ้น นอกจากสีเขียวของต้นไม้ที่ดูเป็นธรรมชาติ เพื่อความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น การนำเอาน้ำมาเป็นองค์ประกอบทำให้บ้านอบอวลไปด้วยเสน่ห์ สร้างมุมโปรดเพื่อความผ่อนคลาย สำหรับการพักผ่อนและร่วมกิจกรรมประจำบ้าน น้ำจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยสร้างสีสันให้บ้านกลายเป็นสถานที่ๆ ดูอบอุ่นและโรแมนติกและช่วยคลายร้อนให้บ้านเย็นได้มากขึ้น

การเลือกใช้ “น้ำพุ” สำหรับตกแต่งบ้าน เราสามารถจัดสรรได้หลากหลายรูปแบบ การออกแบบจะช่วยสร้างสไตล์และบอกถึงรสนิยมส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย หากใครยังไม่มีไอเดียดีๆ เราลองมาดูการตกแต่งด้วยน้ำพุต่อไปนี้ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถหยิบจับนำเอาไปประยุกต์ใช้ในบ้านของตัวเองเพื่อสร้างความสุขส่วนตัวให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

น้ำพุแบบน้ำผุด…เพิ่มลูกเล่น

น้ำพุประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นน้ำที่ผุดขึ้นมาจากส่วนกลางของบ่อ จะเป็นการผุดขึ้นมาแบบบางเบา ไม่ใช้แรงดันสูง ให้บรรยากาศที่ดูเงียบสงบ อาจจะออกแบบให้ตัวน้ำไหลรินลงมาตามรอยต่อของบ่อ สร้างลำดับชั้นให้น้ำค่อยๆ ไหลลงสู่ธารน้ำเบื้องล่างอีกทอดหนึ่ง เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่สวนไม่มากนัก น้ำผุดจะช่วยสร้างสีสันให้บ้านดูสดชื่น สามารถจัดตั้งเอาไว้บริเวณมุมโปรดที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มาก สามารถนำเอามาปรับใช้กับรูปแบบการตกแต่งได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภายในโอ่งแบบหลากสีขนาดเล็กๆ อ่างน้ำรูปทรงระฆังหงาย หรือเลือกเป็นน้ำผุดบริเวณลำธารที่ไหลรินในสวนเพื่อไม่ให้เกิดความจืดชืดจนเกินไป

5.2-Home-Loft-Garden-1-1

น้ำพุแบบน้ำตก…สร้างบรรยากาศธรรมชาติ

การสร้างน้ำตกเป็นการออกแบบสวนสำหรับคนรักบรรยากาศธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ น้ำตกจะช่วยทำให้บรรยากาศของบ้านถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายหอมๆ ของควมชื้นแฉะ สีเขียวของแมกไม้ที่ดูเขร่งขรึมและเต็มไปด้วยความเป็นป่าได้อย่างชัดเจน เสียงธารน้ำที่ไหลรินอย่างเบาๆ จะคอยสร้างสีสันให้บ้านดูไม่เงียบเหงา การออกแบบน้ำตกมีตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับบ้านพื้นที่จำกัดไปจนถึงน้ำตกจำลองที่มีขนาดใหญ่ ตกแต่งได้หลากหลายสไตล์ทั้งแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง ซึ่งเรีกกันว่าอิงลิชครันทรี ให้โทนบรรยากาศที่ครอบคลุมความเหมือนของน้ำตกจริงๆ ตามป่าเขา เลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติเกือบทั้งหมด แวดล้อมด้วยพุ่มไม้สีเขียวและต้นไม้ใหญ่ อาจจะแต่งแต้มด้วยสีของดอกไม้บ้างเพื่อสร้างความโดดเด่น

ส่วนน้ำตกอีกแบบหนึ่งจะเป็นสไตล์แนวใหม่ที่มีความเรียบหรู หรือโมเดิร์น สร้างให้เข้ากับบ้านสมัยใหม่ มักเลือกใช้สีดำสนิทเป็นโทนสีหลัก ควบคุมน้ำตกให้ไหลรินอย่างเป็นจังหวะตามลำดับชั้น ไม่เน้นเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ แต่เน้นของตกแต่งที่ทันสมัยมากกว่า

5.3-garden & home

น้ำพุแบบม่านน้ำ…สร้างบรรยากาศเย็นสบาย

น้ำพุรูปแบบนี้เป็นน้ำพุที่ให้บรรยากาศรื่นรมย์และสวยงาม เหมาะสำหรับบ้านที่มีกระจกเป็นส่วนเติมเต็ม ส่วนใหญ่จะตกแต่งเป็นม่านน้ำไหลลงมาแบบเบาๆ ลงสู่รางน้ำด้านล่าง ทำให้บ้านดูน่ามองและสบายตา หากนึกไม่ออก น้ำแบบม่านจะให้ความรู้สึกเหมือนน้ำฝนที่ไหลผ่านบานหน้าต่าง การออกแบบมักจะกรุกระจกเพิ่มขึ้นมาเป็นผนังอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นติดตั้งระบบน้ำจากด้านบนให้ไหลลงมาด้านล่าง ปรับลูกเล่นสักเล็กน้อยให้ม่านน้ำดูมีจังหวะโดยไม่ต้องปล่อยให้ม่านน้ำกินพื้นที่ขนาดใหญ่ อาจจะจัดมุมส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วเว้นช่องว่างไว้ พร้อมตกแต่งด้วยสีเขียวของต้นไม้ขนาดเล็กด้านล่างหรือจะใช้เป็นไม้แขวนสร้างความเขียวขจีให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้นก็ได้เช่นกัน

นี่เป็นเพียงไอเดียเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยกระตุกต่อมความคิดให้เพื่อนๆ ได้ลองนำเอาไปปรับใช้ แล้วจะพบว่าบ้านที่เคยเงียบเหงาและแสนจืดชืดจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

skinfood

สร้างสรรค์การแต่งบ้านแบบใหม่ด้วยสไตล์ Multifunction Space

4.1-Multifunction-Understairs-Storage-System

ก้าวข้ามข้อจำกัดของการสร้างสรรค์งานบ้าน สำหรับชาวเมืองที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดโดยเฉพาะรูปแบบห้องอพาร์ตเม้นหรือคอนโด ทำให้สัดส่วนของพื้นที่ถูดลดทอนการใช้งานลงไปมาก หากจัดการออกแบบได้ไม่ดีพอก็อาจจะทำให้ประโยชน์ใช้สอยถูกใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่า ด้วยปัญหานี้ทำให้มีรูปแบบใหม่ของการตกแต่งบ้านด้วยสไตล์ที่เรียกกันว่า Multifunction Space ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการทำงานของบ้านให้มากขึ้น และยังเสริมความสวยงามดูเป็นระเบียบ และสบายตาได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ทำความรู้จักกับ Multifunction Space

หลายคนอาจจะนึกว่าการออกแบบในแนวนี้ก็คงไม่ต่างจากการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นทั่วไป แต่ทว่าการออกแบบด้วย Multifunction Space จะเป็นการเชื่อมโยงทั้งส่วนของเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่การใช้งานภายในตัวห้องหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัดเข้าด้วยกัน ไม่เพียงเฉพาะการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่นิยมใช้กับบ้านในรูปแบบโมเดิร์น

ห้องแต่ละห้องจะไม่มีหน้าที่เพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอีกต่อไป แต่มันจะเติมเต็มไปด้วยการใช้งานอย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเช่น ห้องรับแขกอาจจะเป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมครอบครัวในเวลากลางวัน แต่บางช่วงเวลามันจะสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรือห้องอ่านหนังสือได้ตามความต้องการได้ ลักษณะแบบนี้เราจึงเรียกว่า Multifunction Space  การเชื่อมโยงที่จะทำให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลายภายใต้พื้นที่ขนาดเล็ก

4.2-Multifunction Space

การจัดแต่งบ้านในสไตล์ Multifunction Space

เริ่มต้นการตกแต่งบ้านด้วยรูปแบบ Multifunction Space ต้องใส่ใจไปที่การจัดวางแปลนให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการใช้งานของเจ้าบ้านให้มากที่สุด ซึ่งในระหว่างการออกแบบจะต้องจินตนาการถึงการใช้สอยและการเคลื่อนย้านเฟอร์นิเจอร์ในขณะปรับเปลี่ยนหน้าที่การใช้งานหรือการทำให้เฟอร์นิเจอร์หนึ่งชิ้นเป็นมากกว่าการใช้งานเพียงอย่างเดียว เก้าอี้หนึ่งตัวอาจจะเป็นได้ทั้งที่นั่ง ลิ้นชัก หรือเป็นที่วางของต่างๆ เสมือนเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหากเป็นไปได้ควรสามารถนำมาต่อยอดหรือจัดเก็บได้แบบไม่กินพื้นที่ในเวลาที่จำเป็นได้ด้วย

ส่วนหลักในการออกแบบที่จะช่วยสร้างพื้นที่ให้เกิดความสมบูรณ์แบบ จะต้องมีความเปิดโล่งและเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็นส่วนที่เปิดรับอากาศให้ถ่ายเทเข้ามาจากภายนอกเพื่อสร้างความเย็นสบายภายในบ้านให้ไม่ดูอึดอัดจากพื้นที่ขนาดเล็กร่วมด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น เย็นสบาย และน่าอยู่อาศัย

4.3-Multifunction Space

มาถึงประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่งคือความยืดหยุ่นในการใช้งานของห้องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เน้นความสามารถในการปรับเปลี่ยนห้องดังที่กล่าวไปให้มีหลากหลายฟังก์ชั่นในตัว พื้นที่เล็กๆ อาจจะรวมให้เป็นทั้งห้องดูหนัง ฟังเพลง ห้องรับแขกและอาจจะเป็นห้องพักผ่อนสำหรับทำกิจกรรมในครอบครัวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งในการออกแบบก็จะต้องมีความลงตัวพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป สร้างบรรยากาศให้น่าอยู่ เน้นความสะดวกสบายและใส่ใจกับพื้นที่ว่างเพื่อให้การเดินเหินสะดวกสบายด้วย

การออกแบบบ้านในสไตล์นี้ถือว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศที่มีความเหมาะสมให้กับพื้นที่ห้องและบ้านที่มีความจำกัด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพื่อนๆ สามารถนำเอาไปลองปรับใช้เพื่อให้บ้านดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นกันดูนะคะ

 

skinfood

เอาใจคนรักการทำอาหาร กับการสรรค์สร้างห้องครัวให้น่าใช้

3.1-kitchen room

ห้องครัวเป็นหนึ่งในมุมของการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรมองข้าม เป็นสถานที่แห่งความสุขที่จะเติมเต็มรอยยิ้มให้กับคนรักการทำอาหาร การดีไซต์ห้องครัวให้เหมาะกับการใช้งานจึงเป็นสิ่งที่เราควรจะใส่ใจ การตกแต่งที่ให้ความเป็นสัดส่วนเหมาะสม จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้งาน อีกทั้งการสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่เข้าไป จะเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับห้องครัวมากขึ้น ไม่ว่าห้องครัวจะเล็กหรือใหญ่ หากเรารู้จักการออกแบบที่เข้าถึงในทุกๆ ฟังก์ชั่น ห้องครัวก็จะเป็นหนึ่งในห้องสุดโปรดของคุณแม่บ้านพ่อบ้านผู้รักการทำอาหารได้อย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้นเรามาดูเคล็ดลับการสร้างสรรค์ที่จะเปลี่ยนห้องครัวแสนธรรมดาให้น่าใช้งานได้อย่างตามที่ต้องการได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

3.2-kitchen room

การเลือกโทนสีเพิ่มความสดใส

โทนสีที่เหมาะสมสำหรับห้องครัวคือโทนสีสว่าง ซึ่งจะช่วยให้ภายในห้องดูปลอดโปร่งโล่งสบาย แถมยังช่วยทำให้แสงสว่างที่ส่องเข้ามาเพิ่มความสดใสให้เพื่อนๆ มองเห็นสิ่งต่างๆ ภายในห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ยิ่งบ้านไหนที่มีพื้นที่ห้องครัวจำกัดและมีขนาดเล็ก การปรับแต่งที่ดีคือเลือกใช้สีสว่างหลอกตาให้ห้องดูกว้างขวาง เพิ่มสีสันไม่ให้น่าเบื่อด้วยการใช้โทนสีใกล้เคียงกันแต่งแต้มเข้าไป มีสีเข้มบ้างในบางจุดของห้องเพื่อให้เกิดมิติที่น่ามอง แต่โดยรวมให้ครอบคลุมความสว่างเอาไว้ หรือจะเลือกสีสันแบบจี๊ดจ๊าดเพิ่มเข้ามาอีกหน่อยก็ทำให้ห้องครัวดูมีรสชาติมากขึ้น

จัดระเบียบของใช้ให้เป็นสัดส่วน

ห้องครัวเป็นห้องที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะถ้วยชามและอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ มากมาย การจัดวางสิ่งของเหล่านี้ให้เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความเป็นระเบียบและทำให้ห้องครัวดูสะอาดตา การใช้งานหยิบจับได้ง่าย หมวดไหนที่จำเป็นต้องหยิบใช้บ่อยให้วางเอาไว้ใกล้ๆ มือ ส่วนอันไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้หรือไม่จำเป็นต้องคว้าจับในระหว่างการทำอาหารให้วางเอาไว้ในจุดอื่นที่เหมาะสม ที่สำคัญอย่าวางเครื่องครัวอย่างจานชามที่สะอาดแล้วเอาไว้ใกล้กับเตาแก็สสำหรับปรุงอาหาร เพราะจะทำให้คราบน้ำมันเกาะติด เกิดความสกปรกและมีกลิ่นที่ไม่น่าพึงประสงค์อับชื้นอยู่ได้

3.3-kitchen room

ปกป้องสิ่งสกปรกด้วยตู้เก็บของ

เพื่อความสะอาดเป็นระเบียบในการใช้งานอย่างเต็มที่ ห้องครัวก็ควรที่จะมีส่วนเก็บของเอาไว้เก็บถ้วยชามป้องกันสิ่งสกปรก แมลงและเชื้อโรคต่างๆ ให้แปดเปื้อนจนต้องเอามาเก็บล้างทำความสะอาดอีกครั้ง นอกจากนี้ตู้เก็บของยังช่วยจัดการห้องครัวให้เป็นสัดส่วน เพิ่มพื้นที่ใช้สอยที่ดูโล่งสบายตา อาจจะติดตั้งแบบติดผนัง ตั้งพื้น หรือตั้งบนเคาเตอร์ และบางส่วนของตู้เก็บอาจจะเอาไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหรือนานๆ ครั้งจะหยิบมาใช้สักทีนึง จะได้ไม่เป็นการทำให้อุปกรณ์ชิ้นนั้นต้องเสื่อมสภาพไปอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญของใช้อะไรที่ดูไม่งามตาให้เก็บลงลิ้นชักตู้เพื่อรักษาความสดใสของห้องครัวเอาไว้

เปลี่ยนเครื่องครัวให้ดูไม่ซ้ำซาก

การตกแต่งห้องครัวไม่จำเป็นต้องซื้อหาของตกแต่งมาให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ แต่เราสามารถสร้างสรรค์ไอเดียง่ายๆ เพิ่มความคลาสสิคให้กับห้องครัวได้อย่างน่าสนใจด้วยการเลือกเครื่องครัวที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในตัว อย่างโถแก้วที่มีการออกแบบที่สวยงาม นำมาใส่ส่วนประกอบสำหรับปรุงอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพริกไทย เกลือ น้ำตาล หรือเครื่องปรุงอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มสีสันให้ชั้นวางดูสดใสขึ้น และยังเป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า การเลือกซื้อจานชามมาใส่อาหาร ก็ลองเลือกหาที่เป็นลวดลายแบบคลาสสิคหรูหรา จะช่วยเพิ่มการตกแต่งในการจัดวางให้ห้องครัวของเพื่อนๆ ดูสวยงามมากขึ้นได้

skinfood

ศิลปะการจัดโต๊ะทำงาน เสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้น่าใช้

2.1-cute-home-office5

เชื่อว่าหลายๆ บ้านคงจะมีมุมของโต๊ะทำงานอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน หลายคนมองข้ามการจัดการโต๊ะทำงานของตัวเองให้ดูน่าใช้ สังเกตได้ว่าส่วนใหญ่มักจะรกไปด้วยเอกสารและมุมในการจัดวางที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจมากนัก ขอเพียงแค่ให้มีโต๊ะกับเก้าอี้สำหรับทำงานก็ถือว่าเพียงพอ ความสุขของการตื่นขึ้นมาทำงานในตอนเช้าจึงไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจและรู้สึกเบื่อหน่าย อยากทำงานให้เสร็จๆ ไปในแต่ละวันแบบขอไปที…หากใครมีอาการแบบนี้ แนะนำว่าอย่าปล่อยให้ชีวิตต้องเผชิญกับความรู้สึกเช่นนี้บ่อยๆ เพราะมิเช่นนั่นมันย่อมกระทบกับความก้าวหน้าในการทำงาน

ลองมาเรียบรู้การจัดวางโต๊ะทำงานอย่างมีศิลปะกับเราต่อไปนี้ ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้งานของเพื่อนๆ กลับมามีคุณภาพ พร้อมความรู้สึกดีๆ ที่จะได้ตื่นขึ้นมาทำงานได้อย่างมีความสุขในทุกวันค่ะ

เริ่มต้นด้วยการกำจัดขยะที่รกเรื้ออยู่บนโต๊ะและรอบๆ โต๊ะออกไปให้หมด

เชื่อว่าโต๊ะทำงานส่วนใหญ่ของคนที่เร่งรีบมักจะเต็มไปด้วยข้าวของทั้งที่สำคัญและไม่สำคัญวางกระจัดกระจายกันอยู่ทั้งด้านบนและด้านล่าง บางอย่างที่ไร้ประโยชน์แล้วก็ยังถูกวางกองรวมทับถมกันอยู่ จนทำให้โต๊ะทำงานที่เคยกว้างดูคับแคบขึ้นมา ทางที่ดีเริ่มต้นด้วยการกวาดเอาเศษขยะทุกอย่างที่ไม่จำเป็นแล้วทิ้งไปให้หมด โดยเฉพาะเอกสารที่หมดอายุ รวมไปถึงสิ่งสกปรกที่เกาะแน่นอยู่ตามมุมต่างๆ ทำให้บรรยากาศของโต๊ะทำงานดูไม่ดี ส่วนเอกสารที่มีความสำคัญให้นำมาจัดเรียงใหม่ ส่วนไหนสำคัญมากให้เก็บเอาไว้ให้ดี จัดเรียงสิ่งของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย วางของที่จำเป็นต้องหยิบจับไว้ใกล้ตัว ส่วนสิ่งไหนใช้ไม่บ่อยนักก็เก็บใส่ลิ้นชักในยามจำเป็น

2.2-cute-home-office

จัดประเภทเอกสารเพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น

หากมีเอกสารที่จำเป็นต้องใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก การมามองหางานทีละแผ่นคงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเป็นแน่ เพราะนอกจากมันจะทำให้คุณต้องเสียเวลา ยังนำมาพามาด้วยอารมณ์โมโหหงุดหงิดได้ง่าย ทางที่ดีควรมีกล่องหรือลิ้นชักใส่เอกสารเป็นชั้นๆ จัดเรียงเอกสารที่อยู่ในหมู่เดียวกันใส่เอาไว้ในลิ้นชักเดียวกัน หรือหากมีเป็นจำนวนมากในหมวดเดียว ให้ใช้ที่คั้นกระดาษช่วยคั้นเอาไว้เพื่อความสะดวกสำหรับการมองหาในครั้งต่อๆ ไป

อย่าลืมจัดหมวดหมู่ของใช้

ปากกา กระดาษเปล่า ดินสอ ยางลบ และของใช้อื่นๆ ประจำโต๊ะทำงานควรถูกจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นเดียวกับการจัดหมวดหมู่เอกสาร เพื่อการใช้งานที่หยิบจับได้ง่ายและไม่ต้องไปนั่งค้นหาให้เสียเวลา แนะนำว่าหาต้องใช้ปากกาและดินสอบ่อยๆ ควรซื้อมาสต็อคเอาไว้บ้างเผื่อแท่งที่ใช้อยู่หายหรือหมดสภาพ ก็จะได้สามารถหยิบแท่งใหม่มาใช้ได้แบบไม่ต้องเสียเวลา บนโต๊ะทำงานก็หาตะกร้าหรือกล่องทรงกระบอกไม่ใหญ่เกินไปมาตั้งเอาไว้ ใส่ปากกาและสิ่งของจำเป็นบางชิ้นที่จะต้องหยิบจับในยามฉุกเฉินเพื่อการจดงานที่เร่งรีบได้สะดวก

2.3-cute-home-office

เพิ่มสีเขียวลงไปรอบๆ โต๊ะทำงาน

เพื่อสร้างชีวิตชีวาให้กับโต๊ะทำงานดูไม่จืดชืดจนเกินไป ลองหยิบจับเอาสีเขียวของต้นไม้มาตกแต่งรอบๆ โต๊ะทำงาน เวลาที่รู้สึกปวดตากับการจ้องมองหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ก็สามารถละสายตาไปผ่อนคลายกับใบไม้สีเขียว แถมมันยังช่วยเสริมแต่งบรรยากาศให้ห้องทำงานดูโดดเด่น แวดล้อมไปด้วยความสงบและร่มรื่น ให้ความรู้สึกในระหว่างการทำงานมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เพียงเท่านี้ด้วยหลักการง่ายๆ ไม่ต้องตกแต่งให้หรูหราด้วยงบประมาณราคาแพง เพื่อนๆ ก็จะได้ห้องทำงานที่ดูดีและเป็นระเบียบ แถมยังสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เติมแต่งศิลปะเล็กน้อยลงไปอีกสักหน่อย ก็ช่วยสร้างสไตล์ให้อยากตื่นมาทำงานในเช้าของทุกวันได้อย่างไม่มีเบื่อแล้วล่ะค่ะ

skinfood

เสริมพลังให้มุมโต๊ะทำงานสุดโปรด ตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ย

1.1-home

ว่าด้วยเรื่องของศาสตร์ฮวงจุ้ย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ศาสตร์นี้ก็ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในหมู่คนที่มีเงินทอง แม้เราจะหยัดยืนอยู่บนโลกที่หลักการของเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวช่วยสนับสนุนโลกเราให้ก้าวไปมากขึ้น แต่ความเชื่อทางจิตวิญญาณที่จะนำพามาซึ่งความพึงพอใจก็ยังคงทำให้หลักฮวงจุ้ยถูกหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นแนวทางในการก่อสร้างบ้านและการออกแบบสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล และทำให้บ้านดูน่าอยู่อาศัย มากกว่าการจัดวางที่ไร้ซึ่งระเบียบแบบแผน

เช่นเดียวกับการออกแบบมุมโต๊ะทำงานภายในบ้าน องค์ประกอบที่จะช่วยให้บ้านกลายเป็นวิมานอันแสนสุขของการทำงาน หากใครทำงานอาชีพอิสระอยู่บ้านในทุกๆ วัน ก็คงอยากจะได้มุมดีๆ ที่ให้บรรยากาศสุดบรรเจิ่ดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเลิศได้อย่างเต็มความสามารถ ดังนั้นเราลองมาดูหลักในการจัดวางมุมโต๊ะทำงานที่เชื่อมโยงไปกับหลักฮวงจุ้ยกันดีกว่าค่ะ

1.2-home

หลักของการจัดวางโต๊ะทำงานตามหลักฮวงจุ้ยให้สมบูรณ์แบบ

มุมของโต๊ะทำงานที่ดีจะต้องเพรียบพร้อมในทุกๆ มุม ด้านหลังของโต๊ะที่ดีควรเลือกเป็นมุมที่มีผนังกั้นและปิดทึบ ช่วยป้องกันการรบกวนและเพิ่มความเงียบสงบ ทำให้เกิดสมาธิในระหว่างการทำงาน หากภายในห้องมีกระจกเงา ไม่ควรให้โต๊ะอยู่ใกล้กับบริเวณนั้น เพราะกระจกเงาจะสะท้อนเอาสิ่งไม่ดีออกมา ทำให้เราสูญเสียพลังในการทำงานไป หรือตามหลักความเป็นจริง กระจกเงาอาจจะสะท้อนเอาแสงแดดสาดส่องเข้ากระทบดวงตาหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้การมองพร่าเลือน เป็นอุปสรรคในระหว่างการทำงานเป็นอันตรายต่อสุขภาพของดวงตาด้วย

นอกจากนี้ต้องคำนึงการหันโต๊ะทำงานที่ดี จะต้องไม่หันเข้าไปชิดติดกับแพงหรือหันหน้าตรงกับประตูเข้าออก เพราะตามความเชื่อของฮวงจุ้ย การหันหน้าเข้ากำแพงจะเป็นการปิดกั้นไอเดียและความคิด ทำให้สมองคิดงานได้ไม่เต็มที่ และยังทำให้เกิดอุปสรรคในระหว่างการทำงานได้ง่าย ส่วนการหันหน้าเข้าหาประตูมักจะทำให้สมาธิในการทำงานไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เกิดอาการวอกแวกง่าย และไม่สามารถควบคุมระบบการทำงานของตัวเองได้อย่างที่ต้องการ

1.3-home

แสงสว่างภายในห้องทำงาน

แสงสว่างปัจจัยสำคัญที่จะช่วยทำให้ห้องทำงานดูเงียบสงบ ห้องที่ดีควรมีบานหน้าต่างมากพอที่จะช่วยให้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องเข้ามาได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของพลังชี่ ไล่เอาพลังงานที่ไม่ดีออกไป และขับเคลื่อนเอาพลังงานชี่ที่ดีเข้ามา ที่สำคัญในช่วงเวลากลางวันหากมีแสงสว่างมากเกินไปก็จะทำให้เสียสายตาได้เช่นกัน อาจจะหาผ้าม่านบางๆ มาบดบังแสงให้จางลงไปบ้าง ส่วนในช่วงกลางคืนให้หาแสงไฟที่สว่างเพียงพอ กระจายแสงให้ทั่วโต๊ะทำงานและบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันความเสื่อมสภาพของดวงตาที่ต้องเพ่งเพราะแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ

หลีกเลี่ยงการจัดวางโต๊ะทำงานอยู่ใกล้ห้องน้ำหรืออยู่ใต้ห้องน้ำ

ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว การจัดวางโต๊ะทำงานในลักษณะนี้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะห้องน้ำถือว่าเป็นของต่ำ ไม่เป็นสิริมงคลในการทำงาน หากจัดโต๊ะอยู่ใต้ห้องเหล่านี้จะทำให้มันเข้ามากดทับพลังงานที่ดี ทำให้การทำงานไม่ก้าวหน้า โอกาสที่ล่องลอยเข้ามาจะเลยผ่านไป ไม่พบกับความสำเร็จเสียที ดังนั้นด้านบนของโต๊ะทำงานควรปลอดโล่ง ไม่มีสิ่งใดเกาะเกี่ยวอยู่ โดยเฉพาะของที่มีความหนัก เพราะมันคือสิ่งกดทับต่อหน้าที่การงาน

ความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยสำหรับการจัดโต๊ะทำงานข้างต้น ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่หากใครได้ลองนำเอาไปปรับใช้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการทำงานได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ