skinfood

ความหล่อเนรมิตได้ด้วยการแต่งหน้า

10

การแต่งหน้าผู้ชายปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก เพราะวาจะช่วยเสริมให้คุณผู้ชายทั้งหลายดูหล่อเหมือนดารา โดยเฉพาะเหล่าดาราชายทั้งหลาย เพราะผู้ชายก็มีจุดบกพร่องบนใบหน้าเช่นกัน แต่ขั้นตอนจะไม่ค่อยเยอะเหมือนของผู้หญิงทั่วไป จะเน้นให้ ตาดูคม จมูกดูโด่งเป็นสัน  เรามีเทคนิคแต่งหน้าออกงานมาบอก

  1. อย่างแรกให้เราดูสภาพผิวก่อน ใช้รองพื้นสำหรับผู้ชาย ซึ่งมีขายทั่วไปตามร้านเครื่องสำอางค์ทั่วไป เคาเตอร์แบรนด์ในห้าง ดูสีให้ใกล้เคียงกับผิวหน้า เพราะว่าลงขาวไปจะทำให้หน้าดูลอย เกลี่ยให้ทั่วใบหน้า โดยใช้ฟองน้ำไข่จะทำให้รองพื้นดูบางเบาที่สุด กดเบาๆ เพราะว่าผิวผู้ชายการซึมซับเครื่องสำอางค์จะน้อยกว่าผู้หญิงทิ้งไว้ซักพัก จากนั้นให้ลงแป้งแข็ง
  2. ทาอายชาโดว์สีน้ำตาลอ่อนลงที่เปลือกตา บางๆ และขอบตาล่างเล็กน้อย
  3. คิ้วให้ระบายคิ้วตามรูปทรงเดิมแค่เน้นให้สีเข้มขึ้น โดยใช้สีน้ำตาลในการระบายคิ้วจะใช้ดินสอ หรออายชาโดว์ก็ได้
  4. การปัดแก้ม ให้ใช่สีน้ำตาลอ่อน โดยปัดจากโหนกแก้มเข้าไปหาที่จมูก
  5. การไฮไลท์จมูกก็ทำเหมือนของสาวๆ จ้า คือใช้ดินสอเขียนคิ้วลากจากหัวตาไล่ลงมาที่แนวด้านข้างของสันจมูกทั้งสองข้างจากนั้นใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างเกลี่ย โดยใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างกดลงข้างสันจมูกให้สีดูจางลง
  6. ปากให้ทาลิปมันปกติหรอมีสีนิดๆ ให้ออกแนวสีส้มนิดๆ แต่ให้เป็นลิปกลอส จะทำให้ปากดูชุ่มชื่น

ถ้าเป็นวันปกติธรรมดาผู้ชายก็สามารถแต่งหน้าได้ไม่ผิดนะค่ะ และจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดีและหน้าตาแลดูสดใส วันปกติจะใช้แค่ 3 อย่าง ที่เขียนคิ้ว รองพื้นแบบสมูทร คือมีเนื้อแป้งผสม และลิปมัน

วิธีแต่งหน้าวันธรรมดา

  1. ลงรองพื้นสีสว่างกว่าหน้าจริง 1 เบอร์ ทาให้ทั่วใบหน้าตัวรองพื้นแบบสมูทร จะทำให้หน้าดูเนียนเรียบ สว่างเหมือนผิวจริงของเราอีกทั้งช่วยปกปิดริ้วรอยจากสิวได้ดี ไม่ต้องทาแป้งทับ
  2. จากนั้นใช้ดินสินเขียนคิ้วระบายคิ้วจริงไม่ต้องเน้นมากให้ดูเข้มกว่าสีคิ้วจริงนิดหน่อย จากนั้นใช้ดินสอแท่งเดิมไฮไลท์จมูก โดยให้เขียนด้านข้างของสันจมูกทั้งสอง และใช้มือเกลี่ยให้เรียบตบเบาๆ จะทำให้สันจมูกดูเด่นขึ้นแลดูหน้ามีมิติ
  3. ทาลิปกลอสให้ปากดูชุ่มชื้น

แค่นี้หนุ่มๆ ก็พร้อมสำหรับออกไปข้างนอกแล้วและไม่ต้องกลัวว่าจะดูเยอะเกินไปจนดูเนียบ แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราหน้าตาเราดูดีขึ้นได้ หนุ่มลองแต่งกันดูนะค่ะ

 

skinfood

แต่งหน้าลดอายุ สาวทุกวัยก็ทำได้นะ

อายุถือเป็นตัววายร้ายสำหรับสาวๆ อย่างเรากันเลยที่เดียว โดยเฉพาะสาวที่เริ่มต้นเข้าสู่หลักสาม เป็นวัยทำงานอย่างเต็มตัว ความสาว สดใสเริ่มหายไป ริ้วรอยต่างๆ เริ่มถามหา โดยเฉพาะคนที่สนใจแต่ทำงานอย่างเดียว เงยหน้าขึ้นอีกที ต๊าย อายุสามสิบกันแล้ว จากแต่ก่อนหน้าตาไม่ต้องบำรุงมากก็ดูสดใสสมวัย พออายุเข้าเลขสาม หน้าตาดูหม่องคล้ำ รอยตีนกาเริ่มมาลางๆ ฝ้า กระ ขนมาเป็นขบวน กันเลย

9

เรามาเริ่มปฎิวัติความงามเพื่อให้ดูเหมือนสาวยี่สิบต้นๆ กันดีกว่า โดยเริ่มจาก

การดูแลผิวหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพหน้า และปัญหาของหน้า เช่น ลด ฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดรอยตีนกา กระชับใบหน้า เพราะพอเรามีอายุมากขึ้นความหยืดหยุ่นของผิวจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ เราต้องค่อยบำรุง ดูแลรักษาให้ดี เลือกให้เหมาะกับอายุเรา

การทานอาหาร อาหารเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดื่มน้ำให้มาก ทานผักผลไม้เยอะ จะช่วยทำให้ผิวเราดีขึ้นเยอะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อว่าร่างกายจะได้ขับของเสียออกมา เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

การแต่งหน้า การแต่งหน้าถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้มีเทคนิคต่างๆ มากมายในอินเตอร์เน็ต ยูทูธ โดยบล๊อคเกอร์สาวชื่อดังต่างๆ เรามีวิธีแต่งหน้าลดอายุง่ายๆมากฝากกันค่ะ เริ่มเลย

  1. ทาครีมบำรุงหน้าตามปกติ ตามด้วยรองพื้น จากนั้นใช้คอนซิวเลอร์เน้นปกปิดเฉพาะจุด ใช้วิธีกดเบาๆ ลงเบสเพื่อให้ความสว่างของใบเหน้าลงให้ทั่วใบหน้าเลย ให้ฟองน้ำไข่เกลี่ยให้สีเสมอกัน อย่าลืมลงที่คอด้วยนะค่ะ กันหน้าลอย ลงแป้งฝุ่น หรือแป้งแข็งได้เลย
  2. ให้ลงไฮไลท์แบบครีมที่ บริวเวณ ใต้ตา สันจมูก ตรงกลางหน้าผาก จงอยปาก ใต้คาง เพื่อเน้นความสดใส เกลี่ยให้เนียนเรียบ
  3. เขียนคิ้ว สิ่งสำคัญเราอย่าเขียนคิ้วทรงเล็กเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้หน้าเราดูมีอายุ ให้เขียนคิ้วแบบหนา แนวสไตล์ สาวเกากลี หางเข้ม หัวจางๆ เพราะว่าเราเขียนคิ้วสีเสมอกันทั้งหางและหัวจะทำให้หน้าเราดูมีอายุขึ้น เขียนให้ได้รูป และใช้มาสคาร่าคิ้วปัดให้คิ้วดูตั้งๆสไตล์คุณชมพู
  4. ตา อย่าแต่งเยอะนะค่ะจากที่เราชินกับการเขียนอายไลเนอร์แบบหนา ให้เราลองใช้แบบฝุ่นเขียนดูค่ะจะทำให้สว่างขึ้น เน้นลงเปลือกตาสีน้ำตาล่อนมีชิมเมอร์นิดๆ และถ้ามีปัญหาเรื่องหนังตาเยอะแนะนำให้ใช้สติกเกอร์ติดตาสองชั้นช่วยได้เยอะและทำให้ตาเราดูโตขี้น สายแบ้วนิดๆ
  5. การปัดแก้มห้ามปัดต่ำในระดับแก้มเทคนิคให้เรายิ้มและยกแก้มขั้นสูงๆ ให้ปัดตรงจุดสูงสุดค่ะ ถ้าเราปัดต่ำจะทำให้หน้าเราดูหย่อนคลอยลง
  6. สีปาก เน้นการบำรุงให้ดี อย่าให้แตกขุ่ย พยายามพกลิปกลอสติดกระเป๋า ไว้ประจำค่ะ ให้ใช้ทินทาปากด้านในตามด้วยลิปกลอสค่ะ การทาสีปากแบบนี้ดูเด็กทุกคนค่ะยกตัวอย่าง คุณอั้ม พัชราภา ดูเด็กตลอดเวลาทั้งที่เธออายุจะเข้าเลขสี่

สิ่งสำคัญคือเราต้องพยายามบำรุงผิวหน้าเราให้ดูมีสุขภาพดีค่ะ แต่งน้อยๆ แค่บอกงามค่ะ แต่ถ้าแต่งไปปาร์ตี้ หรองานต่างๆ ก็จัดเต็มเลยค่ะ อันนี้คือแต่งได้ทุกวันแบบใสๆ เบาๆ เพื่อว่าเราจะโกงอายุได้บ้าง 5-6 ปี

เครื่องสำอางเกาหลี พร้อมส่งจร้าาา

Skin Food Avocado Lip Balm ลิปบาล์ม จาก น้ำมันอโวคาโด ให้ริมฝีปากเต่งตึง ชุ่มชื้น สามารถทาได้ตลอดวัน หรือทาทิ้งไว้ก่อนนอน ตื่นขึ้นมา ริมฝีปากจะเต่งตึง อวบอิ่ม ชุ่มชื้น อย่างเห็นได้ชัด เพราะน้ำมันจาก อโวคาโด ให้ผลเป็นเลิศ ในการ เพิ่มความชุ่มชื้น

skinfood

 

Save

skinfood

แต่งหน้าเข้าฟิตเนส แต่งยังไงดีนะ?

8

สุขภาพดี หุ่นดี จะส่งให้เรามั่นใจและดูสวยขึ้นไม่ว่าจะแต่งหน้า หรอใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ดูดีดูสวย การออกกำลังกายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสาวๆอย่างเราอย่างมาก แลสถานที่ออกกำลังที่นิยมมากสุด ก็คือ ฟิตเนสที่มีทั้งแบบหรูหราใหญ่โต หรอที่เปิดริบการทั่วไปตามสถานที่ต่างๆ สำหรับเราเลือกอันที่สะดวกคือใกล้บ้านสุด ในฟิตเนสมีผู้เข้าใช้บริการมากมาย ครั้นจะไปแบบหน้าสดๆ ก็กลัวจะทรมานสายตาคนรอบข้าง แต่ถ้าจะแต่งเต็มไปก็คงจะเป็นหน้าเค้กในเวลาอันสั้น ฉะนั้นเราแต่งไปเบาๆ แบบอิงธรรมชาติ พอออกกำลังกายไปซักพักแลดูมีเลือดฝาดเน้นแค่ คิ้ว  แก้ม  ปาก เอาแค่พอสวยงาม เริ่มที่

รองพื้น ให้ทั่วใบหน้าเอาแบบสูตรกันน้ำ เน้นความโปร่งแสง ไม่เน้นปกปิดมาก แค่ให้หน้าเนียนเรียบ สว่างใสเพราะว่าถ้าเราลงรองพื้นเต็มขั้นตอนเกรงว่าจะได้สิวตามมาเพราะเราออกกำลังกายเหงื่อจะเยอะกว่าปกติอยู่แล้ว จากนั้นใช้แป้งฝุ่นลงทั่วใบหน้า

คิ้ว คื้วถือเป็นมงกฎของใบหน้าไม่มีไม่ได้ ลืมอย่างอื่นได้ยกเว้น ห้ามลืมเขียนคิ้ว เราก็เขียนคิ้วแต่ เน้นสีอ่อนกว่าสีปกติเรานิดหนึ่ง ให้แลดูไม่หนา และเข้มจนเกินไป ให้เน้นหาง หัวคิ้วเบาๆและควรใช้แบบกันน้ำ เพื่อกันไม่ให้สีคิ้วละลายไปกับเหงื่อ

แก้ม  เน้นปัดสีธรรมชาติ ไม่ต้องลงเข้มมาก ให้ดีแก้มอมชมพูระเรื่อดูผิวสุขภาพดี ครั้นจะไปปัด ก็กลัวจะหน้าซีดเกินไป

ปาก ให้ทาทิน และลงลิปกรอส ก็พอ

สิ่งที่เราบรรจงลงที่ใบหน้าพยายามให้เป็นสูตรกันน้ำนะค่ะ เพื่อกันการไหลเยิ้ม จากจะหน้าสวยกลายไปสาวหน้ามันไปเลย  สาวๆ ที่ทริคอีกอย่างหน้าในการไปออกกำลังกายที่ฟิตเนส อย่างลืมว่ามีคนอื่นๆเข้ามาใช้บริการค่อนข้างเยอะ เราต้องดูแลรักษากลิ่นกายของเราให้คงความหอมสดชื่นอยู่เสมอแม้ในขณะออกกำลังกาย ความดูแลรักษากลิ่นกายของเราให้ดู ก่อนไปฟิตเนสควรจะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทาโลชั่น และโรลออนให้เรียบร้อย หรอจะเสริมโดยการใส่น้ำหอมกลิ่นสปอร์ตนิดๆ ก็ไม่ว่ากันค่ะ

เพราะว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยเพิ่มเสนห์ในตัวเรา ทำให้เราดูดีทั้งหน้าตาและรูปร่าง เราควรหมั่นออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย  1 อาทิตย์ให้ได้ประมาณ 2-3 วัน ครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายไปปรับความสมดุลในร่างกายและกำจัดส่วนเกินต่างๆที่กวนใจเรา รวมถึง ดูแลเรื่องอาหารของเราด้วย หุ่นพร้อม ใจพร้อม หน้าพร้อม ไม่ว่าจะแต่งหน้าแบบไหน สู้ตายได้สบายค่ะ

skinfood

แต่งหน้าให้ดวงตาโตแบ๊วแบบสาวเกาหลี แบบนี้สิใช่เลย!

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจใครๆ ก็อยากมีดวงตาที่กลมโตดูสดใส แต่ทำไงได้ดันเกิดมาเป็นสาวหมวยนิ้สี ครั้นจะทำศัลยกรรมก็กลัวและงบน้อยด้วยสิ มีทางเดียวเมคอัพช่วยได้เรามาเปลี่ยนสาวหมวยเป็นสาวแบ้วกันเถอะ

7

อุปกรณ์

  1. อายชาโดว์ , อายไลเนอร์, คอนเทคเลน
  2. มาสคาร่ามี 2 แบบ คือมาสคาร่าธรรมดา และไฟเบอร์
  3. ดินสอเขียนขอบตาสีดำ,ที่ติดตาสองชั้น

เริ่มขั้นตอนกันเลยจ้า

  1. เริ่มจากใส่คอนเทคเลนก่อนเพื่อให้ตาดำเราดูเยอะๆ จากนั้นให้ติดตาสองชั้นแนะนำให้ใช้แบบตาข่ายเพื่อจะได้กลมกลืนกับผิวเรามากที่สุด
  2. ทาอายชาโดว์สีน้ำตาลอ่อรทับตรงบริเวณที่เราติดตาสองชั้น และให้ใช้อายชาโดว์เนื้อขาวมุกทาบริเวณใต้ฐานคิ้วทั้งหมด และใช้อายชาโดว์สีมุกชมพูทาตรงขอบตาด้านล่างเพื่อให้ถุงใต้ตาดูชัดเจนมากขึ้น
  3. จากนั้นให้ใช้อายไลเนอร์เขียนขอบตาให้หางทิ้งตรงดิ่งเพื่อให้ตาดูแบ้วมากขึ้นให้เส้นดูหนาๆหน่อยและใช้ดินสอเขียนขอบตาด้านในเก็บตรงบริเวณที่อายไลเนอร์ไม่ถึง รวมทั้งเขียนขอบตาล่างให้เขียนครึ่งเดียวถึงประมาณตาดำ ให้เส้นบรรจบกันตรงหางตา
  4. ดัดขนตา ปัดมาสค่ารา โดยปัดมาสคาร่าธรรมดาก่อน และตามด้วยแบบไฟเบอร์เพราะจะทำให้ขนตาเราดูหนาขื้นเพราะว่าตัวไฟเบอร์จะไปเกาะติดกับมาสคาร่าและปัดทับอีกทีหน้า อันนี้สำหรับสาวที่ไม่ชอบติดขนตามปลอม แต่ถ้าสาวๆกลัวแบ้วไม่มากพอจะติดขนตาก็ไม่ว่ากันค่ะสามารถติดได้เลยยิ่งจะทำให้ตาเราดูโตสวยมากยิ่งขึ้น
  5. ปัดแก้มสีชมพูระเรื่อไม่ต้องเน้นมากเพราะว่าตาเราดูสวยแล้ว ทาลิปกรอสเปลี่ยนสิ

แค่ทำตามง่ายตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไว้เราจะก็ได้ตากลมโตสายแบ้ว โดยที่ไม่ต้องเสียใจกับการทำศัลยกรรมให้เจ็บตัว ถ้าทำมาแล้วสวยก็โชคดีแต่ถ้าโชคร้ายแก้ไขลำบาก เรามาสวยด้วยเมคอัพดีกว่าสามารถเปลี่ยนสไตล์ได้ตลอด ค่อยๆ ฝึกฝนไปเรื่อยๆ เราก็จะเก่งไปเอง สนใจการแต่งหน้าแบบไหนหาไดในอินเตอร์เน็ต

เครื่องสำอางค์เราซื้อแค่ราคาสบายกระเป๋าเราไม่ต้องเน้นใช้ของแพงเพราะว่าของบางอย่างใช้ว่าแพงแล้วจะถูกกับผิวหน้าเรา พยายามหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวเราให้มากที่สุดอย่าลืมว่าบ้านเราเป็นเมืองร้อน ซึ่งอากาศเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งหาแบบที่ควบคุมความมันเพื่อว่าระหว่างวันจะได้ไม่ต้องไหลเยิ้ม ตาสวยแล้วหน้าเยิ้มไม่เหมาะนะค่ะ จะได้สวยครบสูตร สวยใส สไตล์สาวแบ้ว

 

 

skinfood

แต่งหน้าให้ได้ลุดสวยสไตล์ดีเจโซดากันเถอะ

นาทีนี้ต้องยกให้นางดีเจโซดา ดีเจชื่อดังจากฝั่งเกาหลี ด้วยสไตล์ตัวเล็ก เซ็กซี่ บวกกับความน่ารักทำให้เธอโด่งดังในชั่วข้ามคืนใครๆก็อยากตัดผมทรงโซดา แต่งหน้าแบบโซดา ด้วยสไตล์การแต่งหน้าของนางจะเป็นแบบสาวเกาหลีทั่วไปคือไม่เน้นเยอะ แต่จะเน้นดูเป็นธรรมชาติ เผยผิวสวยๆ ใสๆ ตาไม่เน้นมากเอาแบบแบ้วๆดูตาโตๆ เรามาเริ่มกันเลยจ้า

6

อุปกรณ์ตามนี้

  1. แป้งรองพื้นดินน้ำมันตัวนี้ฮิตติดลมลมใครมียี่ห้อไหนก็ใช้ได้ค่ะ คุณสมบัติตัวนี้จะรวมทุกอย่างไว้ในตัวเดียว รองพื้นติดทนนาน ควบคุมความมัน หน้าดูสว่างใส ปกปิดได้ดีเยี่ยม เลือกให้สีสว่างกว่าผิวจริง 1 เบอร์
  2. ดินสอเขียนคิ้ว , ดินสองขียนขอบตาล่าง, มาสค่ารา, อายชาโดว์,  อายไลเนอร์,  ลิปติก

เริ่มกันเลยดีกว่า

  1. เริ่มจากทาแป้งดินน้ำมันให้ทั่วใบหน้า และตรงบริเวณคิ้วด้วย อย่าลืมทาลงมาที่ลำคอ ใบหู ด้วยเพื่อกันไม่ให้หน้าดูลอย
  2. ใช้ดินสอนเขียนคิ้ว คิ้วแบบดีเจโซดา คือ คิ้วตรง และสีออกน้ำตาลอ่อน นี้เป็นอีกเหตุผลที่ให้ลงแป้งบริเวณคิ้วเพื่อให้คิ้วเราสีอ่อนลง เขียนคิ้วเสร็จแล้วปัดทับดัวยมาสค่าราสีทองและให้ใช้ดินสอไลท์ดั้งด้วยค่ะเพื่อให้หน้าเรามีมิติ และใช้ฟองน้ำไข่เกลี่ยตรงที่เราไลท์ดั้งให้เนียนเรียบ
  3. ตาให้ลงอายชาโดว์สีน้ำตาลอ่อนทั่วเปลือกตา กรีดอายไลเนอร์ให้ชิดขอบตาและเป็นแบบเส้นตรงนะค่ะไม่มีหางตวัด จากนั้นให้ลงอายชาโดว์สีน้ำตาลเข้มตรงปลายหางตาเพื่อให้ตาดูโต และใช้ดินสอเขียนขอบตาด้านในและด้านล่างให้ระบายเป็นสามเหลี่ยมเฉียงไปทางหางตาจะทำให้ตาดูแบ้วๆ และใช้อายชาโดว์สีน้ำตาลเข้มทาตรงบริเวณใต้ตาตรงที่เราเขียนขอบตาล่างเล็กน้อย
  4. ใช้ไฮไลท์สีขาวทาบริเวณถุงใต้ตาให้ดูเยอะๆเพราะดีเจโซดา มีถุงใต้ตาที่ชัดเจนมาก จากนั้นดัดขนตาและปัดมาสคาร่าสีน้ำตาล
  5. สีที่ปัดแก้มจะเป็นสีอ่อนๆ เช่น สีส้มชมพูอ่อน ปัดแค่เบาๆพอไม่ต้องเน้นมาก ส่วนสีปาก ให้ทาทินสีชมพูไว้ด้านในทั้งปากบนและปากล่างและให้ทาลิปกลอสทับอีกที

เพียงเท่านี้เราก็ได้สไตล์การแต่งหน้าแบบดีเจโซดาแล้ว ที่สำคัญการแต่งหน้าดูไม่เยอะจนเกินไปทำให้เราสามารถแต่แบบนี้ได้ทุกวัน เพราะเป็นแบบง่ายๆ สไตล์สาวแบ้วสายเกาหลีกันเลย ใครที่เป็นติ่งเกาหลีคงถูกใจกันที่เดียว แต่ถ้าจะเลียนแบบการแต่งตัวนี้คงต้องลงทุน ลงครีมกันแดดแบบชนิดกันน้ำด้วยนะไม่งั้นผิวเราได้ไหม้แน่ เอาแค่เลียนแบบแค่พอเพียงนะค่ะ

skinfood

แต่งหน้านั้นสำคัญไฉน

สาวๆ ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าการแต่งหน้าถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งถัดจาก รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า  ใบหน้าคือหน้าตาและใบเบิกทางทุกอย่าง ความมั่นใจ คนจะสวยอยู่บ้านเลี้ยงลูกยังต้องแต่งหน้าเต็มตลอดเวลา เพราะอะไร วัฒนธรรมการแต่งหน้าคงเริ่มมีมาตั้งแต่โลกนี้สร้างผู้หญิงให้คู่กับผู้ชาย เราก็เป็นอีกคนที่ออกจากบ้านด้วยสภาพหน้าสดๆไม่ได้ต่อให้ช้างมาฉุดก็ไม่ยอมเด็ดขาด เริ่มเรียนรู้การแต่งหน้าจากยูทูธ สาวจีบันคนไหนดังๆ ก็หาดู และพยายามแต่งตามและปรับเป็นตัวเองให้มากที่สุด ดูรีวิวตั้งแต่เครื่องสำอางค์หลักพัน ยังหลักร้อย เริ่มหัดเขียนคิ้ว ปัดแก้ม ทาปาก

5

ทุกอย่างคือการเรียนรู้ แต่งแบบไหนที่สามารถออกจากบ้านได้โดยที่ไม่ต้องเยอะแต่ก็ไม่ถึงกับสดๆ เพราะอากาศบ้านเรามันร้อนเหลือเกินแค่เดินออกจากบ้าน นั่งมอเตอร์ไซด์วินไปปากซอย นั่งรถเมล์ กว่าจะไปถึงที่ทำงานหน้าก็มันเยิ้มแล้ว ฉะนั้นเราควรแต่งไปแบบเบาๆ พอถึงที่ทำงานค่อยจัดเต็ม หลักของเราคือ

  1. คิ้วต้องมี ห้ามลืมไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหนหรือแค่ไปซื้อของหน้าปากซอยต้องเขียนคิ้วก่อนนะ เขียนตามรูปทรงคิ้วเราเลือกสีใกล้เคียงกับสีผมไม่อ่อนกว่า หรือเข้มจนเกินไป ประมาณคิ้วปลิงหนาๆ ไม่เอานะคะอย่าเน้นหัวคิ้วมาก
  2. บีบีค่ะ สำหรับเราถือเป็นปัจัยหลักอีกอย่างหนึ่งเลยด้วยสภาพหน้าค่อนข้างมีปัญหาเรื่องกระก็อยากปกปิดบ้างจะได้ดูเหมือนหน้าใสหน้าเนียนเราลงบีบีทุกครั้งและหาตัวที่มีสารกันแดดด้วยเพื่อปกป้องอีกชั้นจากครีมกันแดดที่เราทาก่อนประจำอยู่แล้วทิ้งไว้ซักพัก ค่อยลงแป้งตาม
  3. ตาเราจะแต่งเบาๆ ลงอายชาโดว์สีน้ำตาลอ่อนและตามด้วยสีมุกเพื่อให้ตาดูสดใสปกติเราไม่นิยมกรีดอายไลเนอร์เพราะว่ามือไม่นิ่งที่เราทำประจำคือใช้แปรงหัวตัดแตะอายชาโดว์สีน้ำตาลเข้มเขียนขอบตา มันจะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากว่า ปัดขนตาและปัดมาสคาร่าเพื่อให้ตาดูโตขึ้น
  4. ปัดแก้มด้วยสีส้มประกายวิ้งๆเล็กน้อย อยากรู้ว่าเราต้องปัดตรงไหนเวลาจะปัดให้ยิ้มแล้วปัดตรงที่แก้มขึ้นลูกๆ ไล่เฉียงไปด้านข้าง
  5. สีปากเราจะนิยมทาทินไว้ข้างในปาก เราชอบสีส้มก็จะทาทินสีส้มและตามด้วยลิปกรอส หรือลิปมันธรรมดา

แต่งหน้าแค่นี้ก็ออกจากบ้านได้แล้วที่สำคัญพกแป้งพัพและลิปสติก กระดาษซับมันติดกระเป๋าหรือกระเป๋าเครื่องสำอางค์เล็กๆ ติดกระเป๋าถือประจำเพื่อตอนเย็นอาจจะมีปาร์ตี้หรอไว้คอยเต็มระหว่างเราจะได้ดูสวยสดใสตลอดทั้งวัน

 

 

skinfood

แต่งหน้าในเดทแรก

กว่าจะหาผู้ชายมาเดทด้วยได้ซักคนก็ว่ายากแล้ว เวลาเจอกันครั้งแรกนี้ก็ยากกว่า ไหนจะเสื้อผ้า หน้าผมแบบจัดเต็ม การวางตัวและสไตล์การแต่งหน้าต้องแต่งแบบไหนที่ดูไม่เยอะจนเกินไปและต้องดูดีที่สุดในวันเดทแรก หลังจากนี้ค่อยว่ากันอีกที กรูรูไหนดัง บล๊อคเกอร์สาวไหนว่าเด็ด จัดไปทุกคลิปและหาแบบที่เราต้องการให้ลงตัวที่สุด

4

และแล้วเราก็ได้สไตล์ของตัวเราเองแบบที่ไม่เยอะจนเกินไป และดูไม่เบามาก เอาแบบพอดีๆ ที่สุดอย่าเยอะไม่ใช่แบบตาสโมกกี้ ขนตายังกะกันสาด ปากแดงเพลิง เอาแบบธรรดาที่ไม่ธรรมดา เพราะถ้าจัดเต็มไป คุณผู้ชายได้เผ่นหนีก่อน เรามาเริ่มกันเลยจ้า

  1. เริ่มต้นทาครีมบำรุงทั่วใบหน้า จากนั้นลงรองพื้นให้สีสว่างกว่าผิวหน้าได้ 1 เบอร์หรือเท่ากับสีผิวเราก็ได้ แบบเลือกรองพื้น ให้ทาตรงแนวสันกรามเพื่อเปรียบเทียบสีรองพื้นกับสีผิว จากนั้นใช้ฟองน้ำรูปไข่เกลี่ย ชุบน้ำและบิดให้หมาดๆ แต่ถ้าใครถนัดใช้มือ หรือแปรงก็ไม่ผิดจ้าลงให้ทั่วใบหน้าใต้ตาเบ้าตา ลงให้หมด
  2. จากนั้นเรามาไลท์หน้าเพื่อให้หน้ามีมิติ เรียวได้ใจ ใช้สีน้ำตาลที่เข้มกว่าผิวหน้าเราซัก 1 เบอร์ ไลท์ตามกรอบหน้า และทำปากจู๋เพื่อจะได้เห็นไลน์ตรงแก้มไลท์เข้ามาตรงแนวร่องแก้มให้เข้มเข้าไว้ค่ะ
  3. เรามาปัดแก้มกันค่ะ ใครมีแบบฝุ่น หรือแบบเนื้อครีม ได้หมดค่ะ ปัดแก้มตรงแนวเดิมประจำของเรา จากนั้นลงไฮไลท์ที่เป็นเนื้อครีม ลงบริเวณ กึ่งกลางหน้าผาก โหนกแก้มใกล้ขอบตาล่าง ปลายคาง เกลี่ยให้เข้ากัน เพื่อหน้าจะได้ดูมีมิติ ทิ้งไว้ซักพักหนึ่งให้ทุกอย่างเซตตัว ระหว่างรอ
  4. เรามาเขียนคิ้วกัน เหมือนเดิมค่ะ เขียนคิ้วสไตล์เราใช้ดินสอร่างเส้นคิ้วด้านล่างใช้ดินสอวัดจากปีกจมูกเพื่อจะได้เขียนหางถูก จากนั้นวาดเส้นคิ้วข้างบนตามรูปคิ้วเรา ระบายช่องที่ให้เต็มไม่ต้องเน้นหัวคิ้วเข้มนะค่ะ หัวคิ้วเอาเบาๆ ปัดมาสค่าราเพื่อให้คิ้วอยู่ทรงสวย
  5. ลงแป้งทั่วใบหน้าจะใช้แบบฝุ่นหรือเนื้อเข็งได้ตามสะดวกค่ะ แนะนำให้ใช้แปรงนะค่ะเพื่อไมให้ดูหนาจนเกินไป
  6. แต่งตากันค่ะวันนี้จะเป็นแนวแบบประกายทองเบาๆ ลงอายชาโดว์สีน้ำตาลบนเปลือกตาให้เหลือบริเวณหัวตาไว้ ให้ลงอายชาโดว์สีมุกประกายทองตรงบริเวณกลางตา และตรงหัวตานิดหน่อย เกลี่ยให้ดูฟุ้งๆ จากนั้นกรีดอายไลเนอร์เส้นบางๆให้ชิดขอบตาตวัดหางเล็กน้อยใช้ดินสอเขียนขอบตาด้านในและด้านล่างจากหางตามาแค่ครึ่ง ใช้อายชาโดว์สีมุกขาวเขียนหัวตาให้ดูวิ้งๆ และขอบตาล่างด้วย
  7. จากนั้นดัดขึ้นตาและปัดมาสค่ารา ติดขนตาปลอม แนะนำว่าเอาเบอร์เบาๆใกล้เคียงกับธรรมชาติมากสุด ถ้าผู้ชายเห็นขนตาเราหนาพรึดเขาจะกลัวเสียก่อน
  8. สุดท้ายใช้แปรงเบอร์ใหญ่สุดคอนทัวให้ทั่วหน้าโดยเฉพาะกรอบหน้าเพื่อให้หน้ามีมิติมากขึ้นและเพื่อไม่ให้เห็นรอยต่อที่เราไลท์ขอบหน้าไว้ ทาลิปติกสีเบาๆสีส้มอมพูดูปากสุขภาพดี
  9. ส่วนผมแนะนำให้ปล่อยม้วนลอนนิดๆ ดูสวยหวานธรรมชาติ

แค่นี้เราก็พร้อมไปเดทแรกได้อย่างมั่นใจ สวยใสเผยผิวสุขภาพดี เดทต่อไปค่อยจัดเต็มไปเรื่อยๆนะคะ

skinfood

แต่งหน้าใสๆ สไตล์จัดเต็ม

3

สาวๆ อย่างเราเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครออกจากบ้านด้วยใบหน้าสดๆ ปราศจากเครื่องสำอางค์แน่นอนเพราะว่าทุกคนก็อยากสวยและดูดีเสมอเวลาออกข้างนอก และอยากโชว์ผิวใสๆของตัวเองโดยที่ไม่ต้องแต่งแต้มมากมายอะไร แต่จริงๆ แล้ว แต่งหน้าเบาๆ ก็มีขั้นตอนที่น่าสนใจเหมือนเกิน ลุกล์ของเราวันนี้อยากสวยสีแบบ แก้มระเรื่อ สีปากๆ ตาวิ้งเป็นประกาย คิ้วสวยๆ ได้รูป  เรามาเริ่มกันเลย

  1. ใช้สเปย์น้ำแร่ฉีดให้ทั่วใบหน้าพักไว้ให้หน้าหมาดๆ ผสมรองพื้นกับเบส ให้อัตรา 1:1/2 ผสมเข้าด้วยกัน แต้มลง 5 จุด เกลี่ยให้ทั่วหน้าคือเริ่มเกลี่ยจากกึ่งหน้าให้ออกไปทางด้านข้าง โดยอย่าลืมเปลือกตาและใต้ตาด้วย
  2. ใช้คอนซิวเลอร์แต้มแค่เฉพาะจุดที่ต้องการปกปิดบางๆ เช่นสิว และใต้ตา จากนั้นใช้มือกดลงเบาๆ
  3. เริ่มเขียนคิ้วกันเลย เราจะเขียนคิ้วเหมือนไม่ได้เขียนโดยเน้นไปที่โครงคิ้วเดิมแค่ระบายสีให้เข้มกว่าคิ้วเราปกติแค่นั้นจะไม่เขียนแบบรูปทรงเป๊ะ หรือทรงหนา ใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดโครงคิ้วเดิมของเราให้แลดูเส้นชัดนิดเดียว และใช้สีฝุ่นระบายตามช่องว่างที่เหลือ ตรงหัวตามจะระบายบางๆ ไม่ให้แลดูเข้มจนเกินไป จากนั้นใช้มาสค่าราคิ้วสีใส ปัดทับอีกทีเพื่อให้คิ้วคงรูป
  4. เริ่มแต่งตากัน ใช้อายชาโดว์สีน้ำตาลอ่อนแบบฝุ่นทาลงบนเปลือกแต่ไม่ถึงหัวตา จากนั้นใช้อายชาโดว์สีทองลงตรงกลางเปลือกตา กดเบาๆ บริเวณหัวตาให้ใช้อายชาโดว์แบบเนื้อครีมสีมุกแต้มตรงบริเวณหัว
  5. เขียนอายไลน์เนอร์ให้ชิดขอบมามากที่สุดโดยตรงปลายให้ให้ตวัด จากนั้นใช้ดินสอเขียนขอบตา เขียนตรงขอบตาล่างแต่ตรงบริเวณหางตาไล่มาเกือบกลางตา และเขียนขอบตาด้านในของขอบตาบนด้วย
  6. ดัดขนตาโดยสเตปการดัดคือ จากโคน กลาง ไล่มาที่ปลายขนตา ทำซ้ำ 2-3 รอบ ปัดมาสค่าราทั้งขนตาบน และขนตาล่าง เก็บรายละเอียดตรงหัวตาโดยใช้อายชาโดว์สีน้ำตาลแบบฝุ่น โดยใช้แปรงหัวตัดเขียนขอบตาจากแนวขนตาด้านล่างไล่ไปที่ปลายตาเพื่อให้ตาแลดูโตและสดใส
  7. ปัดแก้มโดยใช้สีชมพู หรอสีส้มอมชมพูนิดๆโดยปัดในแนวเฉียงตรงบริเวณโหนกแก้ม จากนั้นทาลิปติก โดยใช้ลิปกรอสทาเพื่อเน้นความอวบอิ่มของปาก

แค่นี้เราก็จะได้ลักษณะการแต่งหน้าที่คล้ายธรรมชาติมากที่สุดแลดูสวยสดใสโดยที่ไม่ต้องแต่งให้ดูหนาเต๊อะจนเกินไปแถมยังเผยผิวให้ดูสุขภาพดี แค่นี้เราก็พร้อมออกไปข้างนอกอย่างมั่นใจแล้ว

 

skinfood

รองพื้นยังไงให้ติดทนนาน

สภาพอากาศบ้านเราเป็นเมืองร้อน สภาวะหน้าเยิ้มด้วยรองพื้น เหงื่อออก ทำให้ใบหน้าเราแลดูไม่สดใส หรอใครที่มีปัญหาผิวหน้าก็จะชอบรองพื้นแบบหนาเตอะ พอเจออากาศร้อนไหลออกหมด มีผลทำให้เมคอัพที่เราบรรจงทำมาอย่างดีที่บ้านก็พลอยไหลออกไปด้วยบางคนไม่อยากทารองพื้นช่วงหน้าร้อนเพราะว่าไม่สบายหน้าแต่ก็ไม่อยากโชว์หน้าสดให้โลกรู้ เรามีวิธีรองพื้นง่ายๆไม่ไหล ไม่หนักหน้าเหมาะกับทุกสภาพผิวและเลือกรองพื้นยังไงให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าตัวเอง

Closeup portrait of a woman  applying dry cosmetic tonal foundation  on the face using makeup brush.
Closeup portrait of a woman applying dry cosmetic tonal foundation on the face using makeup brush.

รองพื้นทุกตัวสามารถใช้ได้กับทุกสภาพหน้าแค่เราพยายามเลือกสีให้ใกล้เคียงกับสีผิวเรามากที่สุดหรือถ้าจะให้สว่างกว่าผิวเราแค่ 1 เบอร์เท่านั้นเพราะไม่อย่างนั้นหน้าเราจะดูลอยแลดูไม่ธรรมชาติ แต่สำหรับสาวผิวมันให้ลงพลามเมอร์ควบคุมความมันก่อน เรามาเริ่มกันเลย

ทุกวันนี้เราลงรองพื้นไม่ใช้แค่ให้หน้าดูเนียนเรียบเท่านั้นแต่อยากให้ดูสว่างใสไปด้วยมีประกายวิ้งๆ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  1. รองพื้นเลือกให้สีใกล้เคียงกับผิวหน้าหรือสว่างกว่า 1 เบอร์ โดยวิธีเลือกให้ทาครีมรองพื้นใต้สันกรามเพื่อเทียบดูสีว่าเข้ากับผิวหน้าเราไหม
  2. เบส เพื่อหน้าสว่างแลดูธรรมชาติ
  3. สเปย์น้ำแร่
  4. กระดาษทิชชู ฟองน้ำไข่ แปรงเกลี่ยรองพื้น

เริ่มขั้นตอนแรกกันเลยจ้า

  1. ฉีดสเปย์น้ำแร่เพื่อให้หน้าชุ่มชื้นปล่อยไว้ซักพักไม่ต้องให้แห้งมาก จากนั้นใช้ทิชชูซับ โดยวางทิชชูไว้บนหน้าแล้วค่อยๆกดซับลงบนหน้า วิธีนี้จะช่วยลดความมันส่วนเกินได้ดี
  2. เริ่มลงรองพื้นโดยแต้ม 5 จุดบนใบหน้า หน้าผาก แก้ม จมูก คาง จากนั้นเกลี่ยรองพื้น ด้วยฟองน้ำ หรือแปรงได้ตามความถนัด โดยเริ่มเกลี่ยจากกึ่งกลางหน้าไล่ออกไปด้านข้างของใบหน้า ปล่อยให้รองพื้นเซตตัวซักพัก
  3. จากนั้นลงเบสในจุดที่แสงกระทบหน้า คือ โหนกแก้ม กึ่งกลางหน้าผาก สันจมูก ปลายคาง ค่อยๆเกลี่ย ไม่ให้เต็มใบหน้าเน้นแค่จุดสำคัญ ปล่อยไว้ซักพัก จากนั้นให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างให้เกิดความร้อนแล้วกดลงที่ใบหน้า ทำซ้ำๆ ประมาณ 2-3 รอบ วิธีนี้จะช่วยให้รองพื้นติดทนนานแล้วเข้าหน้าได้ดี
  4. ให้ลงแป้งฝุ่นลงทับอีกที โดยใช้แปรง เพื่อให้หน้าเนียนเรียบ แลดูบางเบาไม่หนา จากนั้นก็แต่งหน้าตามปกติขั้นตอนสุดท้ายให้ฉีดสเปย์น้ำแร่ทับอีกที เพื่อให้เครื่องสำอางค์ติดทนทั้งวัน

ขอเน้นสำหรับสาวหน้ามันและผิวผสม ในระหว่างวันร่างกายยังผลิตน้ำมันตามปกติเราต้องดูแลเป็นพิเศษ เราอาจต้องใช้กระดาษซับมันคอยซับหน้าบ้าง โดยวิธีซับหน้าคือให้วางกระดาษลงบนหน้าและกดลงเบาๆอย่าถูเด็ดขาดเพราะว่าจะทำให้เมคอัพเราหลุดได้  แค่นี้เราก็มีใบหน้าที่สวยสดใสได้ตลอดทั้งวันแล้ว

skinfood

แต่งคิ้วแบบไหนให้เหมือนสาวเกาหลี

คิ้วคือ มงกฎของใบหน้า บ่อยครั้งที่เราเขียนคิ้วและวาดคิ้วไม่เท่ากันทั้งสองข้าง มันทำให้เป็นปัณหาสำหรับสาวๆ ทุกคน ไม่ว่าจะใช้บล๊อคเขียนคิ้วก็ยังไม่สวยถูกใจ อยากได้คิ้วเหมือนสาวเกาหลีต้องทำอย่างไร เรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอกพร้อมดูรูปประกอบตามไปด้วยเริ่มกันเลยจ้า

1

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  1. ดินสอเขียนคิ้ว
  2. ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น
  3. มาสคาร่าปัดคิ้ว
  4. แปรงเขียนคิ้ว

เริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ก่อนอื่นเราต้องเตรียมความพร้อมของคิ้วเราก่อนโดยการกันคิ้วให้ได้รูปทรงที่ต้องการ โดยทั่วไปคิ้วสาวเกาหลีค่อนข้างตรงไม่โก่งโค้งเหมือนคิ้วสาวบ้านเรา แต่คิ้วตรงๆ ก็ไม่ค่อยเหมาะกับรูปหน้าเราเท่าไหร่ ฉะนั้นพยายามกันคิ้วให้เหมาะกับรูปหน้าเราดีที่สุดพยายามลดความโก่งและไม่ให้กันคิ้วบางจนเกินไป ถ้าเรากันคิ้วเองไม่เก่งแนะนำให้ร้านเสริมสวยทำให้ดีกว่าและบอกรูปคิ้วที่เราต้องการ พอเราเตรียมคิ้วเรียบร้อยแล้วทำตามขั้นตอนตามรูปด้านบนกันเลย

1.ใช้ดินสอวาดโครงก่อนโดยเริ่มจากฐานคิ้วด้านล่างที่ต่ำสุดถ้าฐานคิ้วเราโก่งจนเกินไปพยายามวาดให้ต่ำกว่าตัวคิ้วที่เรามีอยู่เพื่อให้คิ้วตรงแต่ไม่ถึงกับตรงมาก

  1. ลากเส้นไปที่ปลายคิ้วโดยใช้เทคนิคเดิมคือให้วางดินสอจากปีกจมูกทะแยงไปทางหางคิ้วเพื่อวัดว่าหางควรอยู่ตรงไหน เสร็จแล้ววาดคิ้วด้านบนเส้นคิ้วที่วาดให้เริ่มต้นประมาณตาดำ คือให้เหลือกตาขึ้นด้านบนและให้เริ่มวาดจากตรงนั้น ต่อด้วยใช้ดินสอระบายคิ้วตรงจุดที่สุดที่สูงสุดไล่ไปที่หางคิ้ว
  2. จากนั้นใช้แปรงปัดคิ้วให้สีดินสอมันฟุ้งๆและใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นระบายทับไปอีกที่หนึ่งและใช้แปรงปัดให้สีมันเข้ากัน
  3. ใช้มาสค่าราคิ้วปัดคิ้วให้ได้รูปทรงและสีที่แลดูเป็นธรรมาชาติ

สิ่งสำคัญคือการเลือกสีของดินสอเขียนคิ้วให้สีเหมาะกับตัวเราถ้า สำหรับสาวที่ทำสีผมให้ให้เลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีผม หรือเข้มกว่านิดหน่อยได้ แต่สำหรับสาวผมดำอย่าพยายามเขียนคิ้วสีดำ ให้ใช้สีน้ำตาลเข้ม เพราะว่าจะทำให้ใบหน้าเราไม่แข็งจนเกินไป หรือประมาณหน้าดูดุ แค่นี้เราก็จะได้คิ้วสวยสไตล์สาวเกาหลีกันแล้วที่เหลือเราก็แต่งแต้มใบหน้าให้สวยสดใสตามวัยโดยหลักแล้วสาวเกาหลีไม่นิยมแต่งหน้าหน้าเตอะ แต่ให้เน้นธรรมชาติเผยผิวใส และอย่าลืมปัดหน้าให้มันวาวโดยใช้ไฮไลท์หรอครีมรองพื้นที่มีวิ๊งๆ เพราะว่าเราได้คิ้วที่สวยได้รูปแล้ว หน้าก็ต้องดูฉ่ำวาวแลดูสุขภาพดีสไตลสาวเกาหลีกันเลยจ้า